สมรรถภาพทางกาย
3.2.1 ความหมายของสมรรถภาพทางกาย
เป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าปัจจัยหนึ่งในการดำรงชีวิตของมนุษย์คือสุขภาพและความแข็งแรงของอวัยวะต่างๆของร่างกายซึ่งเป็นมาตรฐานเบื้องต้นของการประกอบกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันผู้ที่มีความเจริญเติบโตสมส่วนและมีพัฒนาการทางด้านร่างกายดีแล้ว บุคคลผู้นี้จะต้องกลายเป็นผู้ที่มีสมรรถภาพทางด้านร่างกายดีด้วย คำว่าสมรรถภาพทางกายนั้น เพิ่งใช้กันในระยะไม่กี่ปีมานี้เอง ในระยะแรกๆมักจะเรียกว่า สมรรถภาพทางกลไก(Motor Fitness) แท้จริงแล้วคำสองคำนี้มีความหมายไม่เหมือนกันทีเดียวแต่ในปัจจุบันนี้คำสองคำนี้ใช้แทนกันจนเกือบจะเป็นคำเดียวกัน ดังจะเห็นได้ว่าแบบทดสอบสมรรถภาพในระยะแรก ๆ จะใช้ชื่อว่า แบบทดสอบ สมรรถภาพทางกลไก(Motor Fitness Test) เช่นแบบทดสอบสมรรถภาพทางกลไกของมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ (The University of Illionsos Motor Fitness Test) หรือแบบทดสอบสมรรถภาพทางกลไกของ โอเรกอน (Oregon Motor Fitness Test) เป็นต้น ต่อมาระยะหลังจึงใช้ชื่อว่า แบบทดสอบสมรรถภาพทางกาย เช่น แบบทดสอบสมรรถภาพทางกายในสำนักงานศึกษาธิการสหรัฐอเมริกา หรือแบบทดสอบสมรรถภาพทางกายของคณะกรรมการทดสอบสมรรถภาพทางกายมาตรฐานระหว่างประเทศ(International Committee For The Standardization of Physical Fitness Test)
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ได้ให้ความหมายของคำว่า สมรรถภาพทางกาย ไว้
หมายถึง ความสามารถ นักพลศึกษาและนักศึกษาหลายท่านได้ให้ความหมายของคำว่า
สมรรถภาพทางกาย และสมรรถภาพทางกลไก ดังนี้
วรศักดิ์ เพียรชอบ (2527 : 98) สมรรถภาพทางกาย หมายถึง ความสามารถของร่างกายที่จะปฏิบัติหน้าที่ประจำในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่มีความเหนื่อยอ่อนจนเกินไป สามารถสงวนและถนอมกำลังไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน และใช้เวลาว่างเพื่อความสนุกสนานและความบันเทิงของตัวเองด้วย
คลาร์ค (Clarke,1976:14) กล่าวว่า สมรรถภาพทางกาย หมายถึง ความสามารถในการประกอบกิจกรรมประจำวันด้วยความกระฉับกระเฉง ว่องไว ปราศจากความเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า และมีพลังงานเหลือพอที่จะนำไปใช้ในการประกอบกิจกรรมบันเทิงในเวลาว่าง และเตรียมพร้อมที่จะเผชิญกับภาวะฉุกเฉินได้ดี
จอห์นสัน และสโตรเบอร์ก ( Johnson and Stolberg , 1971 : 9-10 ) กล่าวว่า สมรรถภาพทางกายนั้นเป็นความสามารถในการประกอบกิจกรรมหนักๆ ได้เป็นอย่างดี และรวมถึงคุณลักษณะต่างๆ ของการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของบุคคลซึ่งมีองค์ประกอบต่างๆ ได้แก่
1. สมรรถภาพของระบบไหลเวียนโลหิตและหายใจ (Cardio Respiratory Fitness)
2. ความอดทน (Endurance)
3. ความแข็งแรง (Strength)
4. ความอ่อนตัว (Flexibililty)
5. สัดส่วนของร่างกายที่พอเหมาะ (Body Composition)
วิริยา บุญชัย (2529 : 106) ได้ให้ความหมายของคำว่า สมรรถภาพทางกลไก หมายถึง ความสามารถในการปฏิบัติเบื้องต้น อันได้แก่ การเดิน การวิ่ง การกระโดด การล้ม หลบหลีก การปีนป่าย การปรับตัวและการแบกของ เป็นต้น
คิวตัน (Curction ,1973 : 35 )
ได้ให้ความหมายของคำว่า
สมรรถภาพทางกลไก พอสรุปได้
คือ
สมรรถภาพทางกลไกเป็นสมรรถภาพทางการเคลื่อนไหวเฉพาะส่วนของร่างกายที่แสดงออกในลักษณะต่าง
ๆ เช่น ความสามารถในการวิ่ง การกระโดด การหลบหลีก การจับ การปีนป่าย การว่ายน้ำ
การขี่ม้า การยกน้ำหนัก โดยร่างกายจะต้องทำงานได้เป็นเวลานาน ๆ ติดต่อกัน
สมรรถภาพทางกลไกจึงเป็นความสามารถของร่างกายที่จะใช้ประสาทการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อเยื่อ
ข้อต่อและยังรวมไปถึง
การใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ๆ ของร่างกายในการเล่นกีฬา ตลอดจนการใช้ทักษะในการทำงาน
นอกจากนั้นยังรวมถึงความสามารถในการทรงตัว ความยืดหยุ่น ความคล่องตัว ความเร็ว
ความแข็งแรง กำลังและความอดทนด้วย
จรวย แก่นวงษ์คำ และอุดมพิมพา (2518 :15) ได้ให้ความหมายของสมรรถภาพทางกลไก หมายถึง ความสามารถของอวัยวะโดยมีความแข็งแรง สมบูรณ์ สามารถเคลื่อนไหวในกิจกรรม
ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
สรุปได้ว่า สมรรถภาพทางกาย หมายถึง ความสามารถของร่างกายที่ใช้อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่เกิดความเหนื่อย หรือเกิดน้อยและมีพลังงานเหลือในร่างกายที่จะประกอบกิจกรรมฉุกเฉินหรือนันทนาการได้
1. ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Muscular Strength) หมายถึง ความสามารถสูงสุดที่เกิด
จากหดตัวครั้งหนึ่งของกล้ามเนื้อ เพื่อเคลื่อนน้ำหนักหรือต้านน้ำหนักเพียงครั้งเดียวโดยไม่จำกัดเวลา เช่น การดึงข้อ แรงบีบมือ
2. ความอดทนของกล้ามเนื้อ (Muscular Endurance) หมายถึง ความสามารถของกล้ามเนื้อ
ที่สามารถทำงานซึ่งมีความหนักพอประมาณ ได้ติดต่อกันเป็นเวลานานโดยไม่เสื่อมประสิทธิภาพ เช่น การลุกนั่ง 30วินาที
3. ความอ่อนตัว (Flexibility) หมายถึง ความสามารถในการเคลื่อนไหวให้ได้มุมของ การเคลื่อนไหวอย่างเต็มที่ของข้อต่อแต่ละข้อต่อ วัดได้เป็นองศา ซึ่งเป็นความสามารถในการยืดของกล้ามเนื้อ (Tissue) เอ็น (Ligament) และกล้ามเนื้อ (Muscle) โดยโครงสร้างทางสรีรวิทยาของข้อต่อ ช่วยให้เราสามารถกำหนดองศาของระดับการยืดหยุ่นได้ (Mathew 1973 : 5-6)
4.ความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิตและการหายใจ (Cardio Respiratory
Endurance) หมายถึง ประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจที่สามารถทำให้ร่างกายปฏิบัติงานขนาดกลางติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เช่น การวิ่ง 12 นาที วิ่ง 100 เมตร
5. ปริมาณไขมันในร่างกายคนที่จะมีสมรรถภาพทางร่างกายดีองค์ประกอบอย่างหนึ่ง คือ
การมีไขมันที่พอเหมาะสม
ปริมาณไขมันในร่างกายจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อน้ำหนักตัว ปริมาณที่พอเหมาะของร่างกาย
หญิงไม่ควรเกิน 23% ชายไม่เกิน
16% สำหรับนักกีฬาหญิงไม่ควรเกิน
15% ชายไม่ควรเกิน
10%
การเสริมสร้างสมรรถภาพของร่างกายคือ การฝึกหรือการออกกำลังในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเน้นองค์ประกอบต่าง ๆ ของสมรรถภาพทางกายให้เกิดการพัฒนาขึ้นยกตัวอย่างเช่น
การฝึกเพื่อพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
1. การยกน้ำหนักโดยใช้น้ำหนักมากจำนวนครั้งน้อย
2. การฝึกโดยการใช้เครื่องมือ Isokinetic Weight
3. การฝึกวิ่งเร็วในระยะไม่เกิน 100 เมตร
4. การลุก นั่งเร็วภายใน 30 วินาที
5. ดึงข้อของชายหรือการงอแขนห้อยตัวของหญิง
6. ดันพื้น
การฝึกเพื่อการพัฒนาความอดทนของกล้ามเนื้อ
ระบบหายใจและระบบไหลเวียนโลหิต
2. วิ่งจ๊อกกิ้ง คือการวิ่งในระดับความเร็วเท่ากันทุกระยะความเร็วประมาณ 10 12 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง เป็นเวลา 10 25 นาท
3. การเต้นแอโรบิค
4. การว่ายน้ำระยะไกล
5. การยกน้ำหนักที่ใช้น้ำหนักน้อยจำนวนครั้งมาก
การฝึกเพื่อพัฒนาความอ่อนตัว
1. การยืดกล้ามเนื้อในท่าต่าง ๆ
2. การกายบริหารที่มีการเคลื่อนที่ หรือหมุนข้อต่อในร่างกาย
การควบคุมปริมาณไขมันในร่างกายให้มีปริมาณที่เหมาะสม
แบบทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
1. ยกน้ำหนักเพื่อทดสอบความแข็งแรงของแขน
2. วัดแรงบีบมือด้วยเครื่องวัดแรงบีบมือ (Grip Dynamometer)เพื่อวัดความแข็งแรงของแขน
3. วัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังและขา ด้วยเครื่องวัดกำลังหลังและขา (Back and Leg Dynamometer)
4. ลุก นั่ง 30 วินาที วัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้อง
5. ดึงข้อสำหรับหรืองอแขนห้อยตัวสำหรับหญิง วัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขน
แบบทดสอบความอดทนของกล้ามเนื้อ
1. ลุก นั่งนับจำนวนครั้งจนหมดแรง ไม่สามารถยกตัวขึ้นได้
2. ดันพื้นนับจำนวนครั้งจนหมดแรง ไม่สามารถดันลำตัวขึ้นได้
3. วิ่งทางไกลจับเวลาหรือวิ่งกำหนดเวลาแล้วนับระยะทางที่ทำได้
แบบทดสอบความอดทนของระบบหายใจและไหลเวียนโลหิต
1. การทดสอบก้าวขึ้น ลงเก้าอี้ของฮาร์วาด
2. การวัดหาค่าการใช้ออกซิเจนของออสทราน
3. การวิ่ง 12 นาที หาระยะทางที่ทำได้ของจาซา
4. การวิ่ง 1,000 เมตร สำหรับชาย 800เมตร สำหรับหญิงจับเวลาของแบบทดสอบสมรรถภาพทางกายมาตรฐานระหว่างประเทศ
แบบทดสอบความอ่อนตัว
การนั่งก้ม เหยียดแขนบนเครื่องวัดความอ่อนตัว
แบบทดสอบไขมันในร่างกาย
1. การชั่งน้ำหนักในน้ำ
2. การวัดความหนาของผิวหนัง โดยใช้เครื่องมือวัดความหนาของผิวหนัง
3. การวัดค่าไขมันด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์